ผู้เขียน หัวข้อ: การเลือกเครื่องกรองน้ำ  (อ่าน 3054 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 63
    • ดูรายละเอียด
การเลือกเครื่องกรองน้ำ
« เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2011, 02:54:47 PM »
การเลือกเครื่องกรองน้ำ



นับจากอดีตมา น้ำดื่มที่ใช้บริโภคทั่วไป จะได้จากการเก็บกักน้ำฝนไว้ในภาชนะต่าง ๆ เช่น โอ่ง หรือไห หรือจากแหล่งน้ำใต้ดิน เช่น น้ำ บาดาล หรือได้จากแหล่งน้ำผิวดิน เช่น น้ำจากแม่น้ำ ลำธาร โดยอาจจะผ่านการแกว่งด้วยสารส้ม หรือเก็บน้ำไว้ให้ตกตะกอนจนใสพอจะใช้ ต้ม ดื่มได้ ปัจจุบัน เนื่องจากการเจริญเติบโตทุก ๆ ด้านทั้งทางด้านอุตสาหกรรม กสิกรรม ฯลฯ และมีการใช้สารเคมีต่าง ๆ มาใช้กันทั่วไป โดยขาด การควบคุมดูแลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ดีพอ จึงทำให้แม่น้ำ ลำธารต่าง ๆ ปนเปื้อนสารเคมี หรือสกปรกจนไม่น่านำมาดื่ม ส่วนน้ำบาดาล ก็ ถูกสูบไปใช้ในงานต่าง ๆ จนความสมดุลย์ของน้ำจืดและน้ำเค็มเสียหาย น้ำบาดาลในหลาย ๆ แห่งจึงมีรสกร่อย เนื่องจากน้ำเค็มจากทะเล ไหล เข้ามาปะปน ส่วนน้ำฝนนั้นเล่าก็โดนปัญหาฝุ่นละอองและสารเคมีตกค้างในอากาศ กลายเป็นฝนกรดไป ทุกวันนี้ เรามีหน่วยราชการคือการประปา ส่งน้ำมาตามระบบจำหน่ายมายังอาคารบ้านเรือน ซึ่งเป็นน้ำที่ได้ผ่านขบวนการบำบัดและทำ ความสะอาดจนมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมต่อการใช้โดยไม่เป็นอันตรายอยู่แล้ว แต่ในบางขณะจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม น้ำดังกล่าวอาจมี การปนเปื้อนเกิดขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากความขุ่นหรือตะกอนแขวนลอย สี กลิ่น ความกระด้าง ในปริมาณที่ก่อให้เกิดความรังเกียจและไม่ เหมาะสมที่จะนำไปใช้ดื่ม เครื่องกรองน้ำจึงเข้ามามีบทบาทเพื่อใช้ในการขจัดสิ่งปนเปื้อนส่วนเกินออกไป เครื่องกรองน้ำได้พัฒนามานาน จนทุกวันนี้มีเครื่องกรองน้ำหลาย ๆ รูปแบบวางจำหน่ายในท้องตลาด มากจนไม่รู้ว่าจะซื้อแบบใด ชนิด ใดมาใช้กับบ้าน, ที่อยู่อาศัย, โรงงาน, ที่ทำงาน หรือให้ตรงกับที่ใจเราต้องการ ซึ่งการที่จะเลือกใช้หรือซื้อเครื่องกรองน้ำ ควรได้ทราบถึงเครื่อง กรองน้ำประเภทต่าง ๆ ที่ใช้กันทั่วไป และวิธีการกรอง โดยสามารถแบ่งออก เป็นได้ 1 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

1. เครื่องกรองน้ำแบบใส้กรอง
2. เครื่องกรองน้ำแบบสารกรอง
3. เครื่องกรองน้ำแบบผสมผสาน

1. เครื่องกรองน้ำแบบใส้กรอง
เครื่องกรองน้ำประเภทนี้ โดยทั่วไปใช้วิธีให้น้ำผ่านใส้กรองที่มีขนาดรูพรุนเล็กกว่าขนาดของความขุ่นหรือตะกอนในน้ำ หรือแม้กระทั่ง เชื้อ จุลินทรีย์ โดยใช้วัศดุจากหลาย ๆ ประเภท เช่น กระดาษ ผ้า และแท่งเซรามิก ซึ่งจะมีความละเอียดของรูพรุนแตกต่างกันไป โดย แท่งกรองเหล่านี้จะกรองกั้นความขุ่น ตะกอนแขวนลอย หรือเชื้อจุลินทรีย์ที่มากับน้ำไว้ให้ติดอยู่ที่ผิวหรือรูพรุนของตัวกรอง ดังนั้นเมื่อใช้ไป ระยะหนึ่ง จะต้องมีการทำความสะอาดใส้กรองหรือแช่น้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้อโรคเป็นระยะ ๆ ขึ้นอยู่กับสภาพน้ำและปริมาณการใช้น้ำของแต่ละแห่ง

จุดอ่อนของระบบนี้คือ ไม่สามารถกรองสารละลายที่มากับน้ำได้ เช่น หินปูน, คลอรีน, กลิ่น, สีฯลฯ ดังนั้นระบบนี้มักจะใช้กรองเพื่อให้ น้ำใสขึ้น หรือใช้ร่วมกับระบบสารกรอง


2. เครื่องกรองน้ำแบบสารกรอง
โดยทั่วไปนิยมใช้สารกรองอยู่ 2 ชนิด คือ

2.1 ใช้สารกรองคาร์บอน (ถ่านกัมมันต์เม็ด)
2.2 ใช้สารกรองเรซิน


 

2.1 สารกรองคาร์บอน

เป็นสารกรองที่นำมาใช้ในการกรอง สี กลิ่น คลอรีนเป็นหลักใหญ่ เพราะมีคุณสมบัติในการดูดซับสี และกลิ่น ซึ่งมี โมเลกุลขนาดเล็กมาก ที่ไม่สามารถขจัดได้ด้วยวิธีการกรองแบบแรก สารกรองคาร์บอนหรือเรียกว่าถ่านกัมมันต์เม็ดจะมีโครงสร้างที่มี ลักษณะ เป็นรูพรุน มีพื้นที่ผิวสูง ทำให้มีคุณสมบัติในการดูดซับได้เป็นอย่างดี ซึ่งถ้าหากมีพื้นที่ผิวมาก ก็จะมีความสามารถในการดูดซับสูงไป ด้วย แต่เนื่องจากสภาพน้ำที่ใช้กรอง ของแต่ละแห่ง อาจจะมีสิ่งเจือปนในน้ำไม่เท่ากัน บางแห่งอาจ จะมีตะกอนแขวนลอยมากับน้ำค่อนข้าง มาก ตะกอนพวกนี้ จะไปจับที่ผิวของถ่านกัมมันต์เม็ด ซึ่งจะทำให้การดูดซับ ของถ่านกัมมันต์ เม็ดเสื่อมประสิทธิภาพไป ดังนั้นจึงต้องมีการ เอา ตะกอน ดังกล่าวออกไป โดยวิธีการล้างย้อนกลับ จุดอ่อนของสารกรองประเภทนี้คือ ความสามารถในการกรองตะกอนแขวนลอยหรือความขุ่นจะกรองได้ไม่ดีนัก จะต้องสารกรองตัวอื่น มาใช้ร่วมด้วย รวมทั้งไม่สามารถ กรองความ กระด้างจากสารละลายต่างๆ ได้ และสารกรองนี้มีอายุการใช้งานไม่นานนัก (ตามสเปคของผู้ผลิต สารกรอง ประมาณ 1-1.5 ปี) จึงควรมีการเปลี่ยนสารกรองใหม่ตามกำหนด


2.2 สารกรองเรซิน

สารกรองประเภทนี้จะมีอยู่ ๒ ประเภทคือเป็นแบบไออ้อนบวก และไออ้อนลบ โดยทั่วไปจะนิยมใช้แบบ แคทไออ้อนเรซิน หรือไออ้อนลบ โดยจะใช้นำมากรองความกระด้าง ความกระด้างเป็น สารละลายที่อยู่ในรูปของไออ้อนต่าง ๆ โดยสารกรองจะมีคุณสมบัติในการแลกเปลี่ยน ไอ อ้อน ซึ่งจะทำให้ความกระด้างออกจากน้ำ สารกรองเรซินเมื่อผ่าน การใช้งานไปได้ระยะหนึ่งจะเสื่อมสภาพลงและหมดสภาพไปไม่ สามารถแลก เปลี่ยนไออ้อนได้อีก จึงต้องทำการฟื้นสภาพ หรือรีเจนเนอเรชั่น เพื่อให้มีความสามารถในการแลกเปลี่ยนไออ้อนดังเดิม หรือ ใกล้เคียงสภาพ เดิม โดยทั่วไปในการฟื้นสภาพ เรซินจะใช้สารละลายเกลือแกงความเข้มข้น ตามที่ผู้ผลิตกำหนด โดยให้ค่อย ๆ ไหลผ่าน หรือโดยแช่เรซินใน สารละลาย ดังกล่าวเป็นระยะเวลาหนึ่ง (1 - 2 ชั่วโมง) แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด ให้หมดความเค็ม เรซินที่ผ่านการใช้งาน และการฟื้นสภาพมา หลายครั้งแล้ว จะมีความสามารถ แลกเปลี่ยนไออ้อนลดลง จึงต้องทำการเปลี่ยนสารเรซินใหม่ โดยสเปคของผู้ผลิตระบุให้ อยู่ประมาณ 3 - 5 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพและปริมาณการใช้น้ำของแต่ละแห่ง
     จุดอ่อนของสารกรองเรซิน จะกรองกลิ่น สี คลอรีน ไม่ได้ และสารกรองจะเป็นเม็ดเล็ก ๆ ไม่สามารถจับตัวได้แน่นพอ ที่จะกรองหรือกั้น ตะกอนแขวนลอยที่มากับน้ำได้ นอกจากสารกรอง 2 ชนิดดังกล่าวแล้ว ยังมีสารกรองอีกหลายตัวที่ใช้กัน แต่อาจจะไม่นิยมนำมาใช้กัน หรือใช้กันน้อยมากในวงการค้า ขายเครื่องกรองน้ำ เช่นสารแอนทราไซด์, และแมงกานีส กรีนแซนด์ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตและจำหน่ายของแต่ละแห่งจะเลือกใช้


3. เครื่องกรองน้ำแบบผสมผสาน

จะเห็นได้ว่า เครื่องกรองน้ำในแต่ละประเภท จะมีจุดอ่อนไปแบบละอย่าง ๒ อย่าง ดังนั้นจึงมีการนำระบบทั้งหมด มาต่อเติมเข้าด้วยกัน บางส่วนหรือนำมาต่ออนุกรมเข้าเป็นชุดเดียวกันทั้งหมด โดยพิจารณาจากคุณสมบัติดี และด้อยของแต่ละแบบ

ปัจจุบันจะมีการนำอุปกรณ์ที่ ไม่เกี่ยวกับการกรองน้ำมาผสมผสานด้วย เช่น แสงอุลตราไวโอเล็ต, ระบบโอโซนฯลฯ ซึ่งระบบเหล่านี้จะ เน้นเรื่องการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นหากใช้กรองจากน้ำประปาซึ่งมีระบบการใช้คลอรีนฆ่าเชื้อโรคอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ระบบ เหล่านี้เข้ามาเสริมแต่อย่างใด

เมื่อทราบถึงเครื่องกรองน้ำประเภทต่าง ๆ และวิธีการกรองแล้ว การพิจารณาเลือกใช้เครื่องกรองน้ำควรประกอบด้วย


  • ควรเลือกใช้เครื่องกรองน้ำที่ตรงกับจุดประสงค์ของผู้ใช้
  • ควรสอบถามรายละเอียดของเครื่องกรองแต่ละชนิดที่ต้องการใช้จากผู้ขายมากพอเพื่อนำมาพิจารณาก่อนตัดสินใจ
  • เลือกเครื่องกรองที่ทำจากวัศดุที่มีความแข็งแรง ทนทาน รอยเชื่อมต่อต่าง ๆ เรียบร้อย ไม่มีรอยแตกร้าว ทนความดันน้ำได้มากพอโดย ไม่ แตกหรือรั่วซึม
  • เลือกเครื่องกรองที่ออกแบบมาให้สะดวกกับการล้างย้อนกลับ การเปลี่ยนสาร หรือสามารถถอดเครื่องออกมาล้างได้โดยง่าย ๆ
  • เลือกบริษัทหรือร้านค้าที่มีพนักงานที่มีความรู้ด้านเครื่องกรองน้ำโดยแท้จริง ซึ่งสามารถอธิบายให้ผู้ใช้เข้าใจในระบบและวิธีแก้ปัญหา เรื่อง น้ำ และระบบการกรองได้ดี และควรมีบริการที่ดีหลังการขาย
  • ในกรณีที่ต้องการใช้เครื่องกรองน้ำมากรองน้ำจากน้ำแหล่งอื่นนอกเหนือจากน้ำประปา เช่น น้ำบาดาล, น้ำบ่อ, น้ำจากลำธารฯลฯ ควร ตรวจ สอบให้แน่ใจว่าเครื่องกรองน้ำที่จะซื้อสามารถกรองน้ำจากแหล่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ เพราะมีเครื่องกรองน้ำหลายชนิดที่ออกแบบมาให้ใช้ กรอง กับน้ำประปาหรือน้ำที่มีความสะอาดเพียงพอเท่านั้น
  • หากไม่แน่ใจในคุณภาพของน้ำกรอง ควรนำน้ำกรองไปวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หน่วยสาธารณะสุข หรือหน่วยราชการอื่นๆ ที่ มีบริการวิเคราะห์น้ำ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 19, 2011, 03:01:17 PM โดย admin »